ชื่นชม ครูนำรถส่วนตัว พาเด็กๆไปถ่ายรูปติดวุฒิ ที่อยู่ห่างไกล ร.ร.

583

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆที่มีการเเชร์ต่อๆกันบนโลกโซเชียลจำนวนมาก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ วันนั้นเมื่อฉันสอน ซึ่งเป็นคุณครู สอนคณิต ที่มักจะออกมาเผยเรื่องราวของเด็กๆในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร ที่ให้เเง่คิดกับใครหลายๆคนได้ดี ซึ่งคุณครูได้ออกมาเผยว่า “ทุกปีจะมีร้านถ่ายรูปมาถ่ายรูปนักเรียนเพื่อติดวุฒิเมื่อสิ้นปีการศึกษา แต่ชีวิตของเด็กที่นี่ไม่มีโอกาสแบบนั้น เนื่องจากเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก

มีนักเรียนชั้นป.6 แค่เพียง 4 คน จึงไม่มีร้านถ่ายรูปร้านไหนมาเพราะไม่คุ้มค่ากับการเดินทางแต่ละปีเด็กๆจะต้องให้พ่อแม่พาไปถ่ายรูปไกลถึงตัวเมืองที่อยู่ห่างออกไปถึง 20 กิโลเมตรแต่ถ้าเด็กอาศัยอยู่กับตายายหรือไม่มีรถส่วนตัวพวกเขาก็จะลำบากอย่างมากเพราะไม่มีรถประจำทาง

ผมเองซื้อรถกระบะมาก็ไม่ได้เจตนาที่จะให้มันเป็นรถโรงเรียน แต่เมื่อได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากของนักเรียนแล้วอะไรที่พอช่วยได้ผมก็จะช่วยผมสัญญากับพวกเขาไว้ว่าเมื่อสิ้นปีการศึกษา จะพาไปถ่ายรูปและเที่ยวเล่นในเมือง เด็กๆดีใจกันมากเพราะหลายๆคนไม่มีพ่อแม่พาไป อยู่ที่นี่ผมสอนคละชั้นคือเรียนพร้อมกันทั้ง ป.5 ป.6 เมื่อจะพาป.6ไป

ป.5ก็น้อยใจที่ถูกทิ้งไว้ พวกเขาจึงมาอ้อนวอนกับผม สุดท้ายจึงต้องพาไปกันทั้งหมด เด็กบางคนลงทุนแคะกระปุกออมสินเพื่อนำเงินไปซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อเชือกเส้นเล็กๆท้ายกระบะถูกมัดเพื่อที่จะไม่ต้องปิดฝาท้ายให้นักเรียนที่นั่งเบียดเสียดกันอึดอัด มันเป็นสิ่งที่ค้ำจุนการมีอยู่ของชีวิตทั้งหมดในนั้น รถของผมไม่ได้กว้างขวางพอที่จะยัดนักเรียนไปทั้งหมดแต่เพราะอยากไปมากพวกเขาจึงยอมเบียดเสียดกันไปบนรถของผม

เชื่อหรือไม่ว่า การไปร้านสะดวกซื้อก็เป็นทักษะอย่างหนึ่งในตอนที่เป็นเด็กนั้น ครั้งแรกที่ผมเข้าไปเห็นซาลาเปาในตู้นึ่งผมอยากทานมากจึงหยิบไปจ่ายตังค์ พนักงานถามผมว่า”น้องไม่ร้อนหรอคะ ?”ผมเพิ่งรู้ในตอนนั้นว่าต้องใช้ที่คีบหรือเรียกพนักงานขาย ไม่ใช่ล้วงมือเข้าไปหยิบเองแบบนี้เพราะมันร้อน

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมอายและจำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่า การไปร้านสะดวกซื้อไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นตรงไหน แต่สำหรับผมและเด็กเติบโตมาในชนบทเข้าใจเลยว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหนเมื่อออกจากร้าน ผมเหลือบไปเห็นนักเรียนของผมคนหนึ่งซื้อขนมเพียงชิ้นเดียว จึงถามเขาว่า”ทำไมไม่ซื้ออย่างอื่นเลย ?”เขาตอบผมว่า ” ตั้งใจมาซื้อแค่ลูกอมรสนี้ครับ มันอร่อยมาก

เคยกินครั้งเดียวตอนไปทัศนศึกษาเลยจำไว้ว่าต้องซื้อมันอีก”เรื่องจริงอย่างหนึ่งของเด็กที่นี่คือ บางคนมีโอกาสเข้าไปในเมืองแค่ตอนทัศนศึกษาเท่านั้นครั้นเมื่อผมขอลองชิมกับเขาเม็ดหนึ่งก็พบว่ารสชาติของมันหอมหวานอร่อยจนทำให้ต้องหวนนึกไปถึงบรรยากาศในวัยเด็กที่ชอบลิ้มลองความหวานของลูกกวาด

“ทำไมกันนะ ตอนที่มีเงินแล้วเราจึงไม่อยากทานมันเหมือนตอนเป็นเด็ก”ทุกปีผมจะพานักเรียนมาเที่ยวในเมืองปีละครั้ง แต่ละครั้งที่พามาผมมักจะเดินดูพวกเขาว่าซื้ออะไรในมือบ้าง เพราะเด็กบางคนต้องทนรับรสชาติขมขื่นที่ไม่มีเงินอย่างเพื่อน ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น บางคนไม่มีเงินซื้อของเขาก็ไม่กล้าลงจากรถ ครั้งหนึ่งผมเคยให้เงินนักเรียนไปซื้อขนมเพราะเห็นว่าเขาไม่มีอะไรติดมือเลย

แต่เด็กบางคนก็ไม่อยากรับไว้เพราะเกรงใจ ผมจึงบอกไปว่า”ไม่เป็นไร ครูให้ยืม”แต่จนถึงวันนี้ เงินนั้นผมก็ไม่เคยได้คืนหรอกแต่ก็สุขใจที่ได้ช่วยเหลือเขาวันนี้เรื่องลูกอมรสองุ่นที่เด็กชายเล่าให้ฟังนั้นรสชาติของมันวิเศษอย่างแท้จริง แต่ผมก็รู้ว่าเหตุผลที่เขาไม่ซื้ออย่างอื่นไม่ใช่อย่างที่เขาบอกหรอก

แท้จริงเเล้วเขาต้องใช้เงินส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายค่าถ่ายรูปจึงซื้อขนมได้ชิ้นเดียว บางอย่างที่เรารู้ความจริงแต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดมันหรอกและการอดกลั้นตัดใจในสิ่งที่ของที่อยากได้นั้นจะทำให้เราเข้มแข็งในอนาคต ความยากลำบากนี่แหละจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดมันจริงที่ว่า “ยิ่งฟ้ามืดเท่าไหร่ เรายิ่งเห็นแสงดาวได้ชัดเท่านั้น ”

วันนี้ก็เหมือนกัน ร้านถ่ายรูปร้านนี้กลายเป็นร้านประจำของโรงเรียนเราไปแล้วเพราะทุกครั้งที่มาเขาจะลดให้เราทุกครั้งวันนี้เด็กชายได้กินขนมนั่นก็เพราะส่วนลด ใครจะไปรู้ล่ะว่าสิ่งเล็กๆที่เราแบ่งปันให้กันในสังคม จะมอบโอกาสให้กับเด็กคนหนึ่งได้เติบโตพบกันใหม่ปีหน้านะ”

ขอบคุณข้อมูล:วันนั้นเมื่อฉันสอน

You might also like